|
งานวันเกิด 50 ปี คุณพี่เปี๊ยก.........
ตั้งแต่ได้อยู่บ้าน ก็พักผ่อนได้มากกว่าเดิม
คือ กินดี อยู่ดี ทำงานหนักมากไม่ได้
อย่างมากก็งานบ้านเล็กๆ น้อยๆ
และยังดีที่คุณสามีได้ช่วยแบ่งเบาภาระหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นซักผ้า ตากผ้า (เวลาอากาศดีๆ )

เก็บรูปไว้เป็นหลักฐานซะหน่อย อิอิ....

นี่ก็เก็บรูปไว้เป็นหลักฐาน ตอนนี้ 27 อาทิตย์ กับ 3 วันค่ะ
แบบว่ากินดีอยู่ดีอ่ะนะ...เลยอ้วนเป็นพิเศษ กิกิ
***
อ้อ...เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา
ก็ได้ทะเบียนรถคันใหม่ซะที
พอได้ป้ายทะเบียนแล้วก็โทรฯ ไปแจ้งที่อู่รถ
(น้าลุ๊คเป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง)
และตอนเย็นวันนั้น เราก็ไปรับรถที่อู่
โดยมีน้องสาวน้าลุ๊ค น้าลุ๊ค หยัน และชาลีนไปด้วย
ขากลับฉันก็ขับมากับน้องสาวน้าลุ๊ค
ขับรถตามกันมาเรื่อยๆ
น้องสาวน้าลุ๊คเขามีใบอนุญาติขับขี่ครบ 7 ปีแล้ว
จึงสามารถนั่งมากับเราด้วยได้
เพราะเป็นกฏระเบียบของที่นี่อ่ะ
ตอนนี้ฉันก็เพิ่งจะได้ใบขับขี่ชั่วคราว 18 เดือน
ภายในระยะเวลานี้ก็หัดขับไปเรื่อยๆ
จนสามารถขับได้คล่อง ถึงจะไปสอบได้
เขากำหนดสอบหลังจากผ่านการเรียนขับรถมาอย่างน้อย 3 เดือน
ซึ่งตอนนี้ระยะเวลาการฝึกขับขี่ของฉัน ยังไม่ครบเวลา
ก็เลยต้องรอ....
ในเอกสารกว่าฉันจะครบกำหนดเวลาสอบก็ปาเข้าไปเดือน ตุลาคม
ซึ่งช่วงนี้ก็เป็นช่วงฝึกหัดฝีมือไปก่อน
แต่น่าเสียดายที่หยันไม่สามารถนั่งรถไปกับฉันได้
เพราะหยันไม่มีใบขับขี่นั่นเอง.....
ถามว่า ลักไก่ได้ไหม....ก็ตอบว่าได้
แต่เราไม่รู้ว่า ถ้าเกิดตำรวจเช็คขึ้นมา
เราก็เจอแจ๊คพอตน่ะสิ
เพราะฉะนั้น ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด.........
***
เมื่อวันศุกร์ 15 และ เสาร์ 16 สิงหาคม
น้องสาวน้าลุ๊คเขาก็มาเทรนให้ โดยนั่งข้างๆ เรา
เราก็ขับตามระยะทางที่เขาบอก
น้องสาวน้าลุ๊คชื่อ แคทเธอรีน
เขาเป็นแม่บ้าน (ไม่ได้ทำงาน) ก็มีเวลามาฝึกให้
เขาก็บอกเทคนิคต่างๆ ในการขับรถยนต์
ซึ่งเราก็เรียนมาจากโรงเรียนสอนขับรถแล้ว
แต่ที่เขามาเทรนก็จะเพิ่มความมั่นใจมากยิ่งขึ้นไป
***
16 สิงหาคม 2551
ตอนเช้า 9.30-11.30 ก็ไปขับรถกับ แคทเธอรีน
เที่ยงก็กลับบ้านทานข้าว
ส่วนหยันไปช่วยน้าลุ๊คขายของเก่าที่ถนนคนเดิน
ซึ่งเขาจัดกันทุกๆ ปี
ที่สำคัญเย็นนี้พวกเราได้รับเชิญไปงานวันเกิดครบรอบ 50 ปี
ของพี่เปี๊ยก....(50 ยังแจ๋ว)
ตอนบ่ายขับรถไปซื้อของที่ตลาด
ไปคนเดียวด้วยนะเนี่ย....
ก็ทดลองขับรถไปเรื่อยๆ นะแหละ
ฝึกฝนเอานะ......
***
ก่อนไปงานเลี้ยงของพี่เปี๊ยก
หนูก็ไปเดินถนนคนเดินที่เขาจัดกัน
ปีนี้ข้าวของไม่มีอะไรมากมายนัก
ก็เดินชมร้านต่างๆ ไปเรื่อยๆ เพราะมีเวลามากมาย
เวลานั้นบ่าย 2 กว่าๆ เองนะ
ติดที่ว่าต้องไปงานเลี้ยงที่ร้านอาหารเวลา 6 โมงเย็นนะสิ
เลยต้องเดินรอเวลา
ระหว่างที่เดินเล่นชมของต่างๆ ก็ถ่ายรูปมาให้ดูด้วยนะ

ใส่ชุดนี้แหละไปงานเลี้ยงอ่ะ
ไปทานข้าวที่ร้านอาหาร "อนุรักษ์ไทย" จ้า

ใส่เสื้อตัวนี้แล้ว อำพรางท้องได้ดีมาก แต่ดูท้องใหญ่จังเลยนะ
***
วันนี้น้าลีก็ไปเพ้นเล็บที่ถนนคนเดินด้วย
เห็นว่าเพ้นได้แค่ 2 คนเอง
ที่เหลือเพ้นฟรี (เพราะรู้จักกันอ่ะนะ ไม่คิดตังค์)

นี่ก็เพ้นให้กับเพื่อนบ้านค่ะ.. สวยเชียว (เพื่อนบ้านเขานะ)
เดินไปตามครรลองของถนนเส้นนี้ ก็มีของมากมาย
ให้เลือกสรรค์ มีทั้งของเก่าและของใหม่
พอดีอยากเดินไปในถนนเส้นเล็กๆ ที่เป็นถนนนักท่องเที่ยว
ก็ไปเจอกับการสาธิตการปักผ้า
ซึ่งเป็นศิลปะของเมืองนี้เลยทีเดียว

คุณป้าท่านนี้กำลังขะมักขะเม้นทอผ้าอย่างประณีต
เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวยิ่งนัก....

ส่วนมุมนี้ก็เป็นมุมของที่ระลึกต่างๆ
มีทั้งราคาไม่ค่อยแพง ของแพง แพงมาก และก็แพงที่สุด
แต่ถ้ามาทั้งที ไม่มีของติดไม้ติดมือไปก็ยังไงอยู่นะ

ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ชอคโกแลต
เพราะเมืองนี้เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อของความอร่อยของชอคโกแลต
บางร้านมีการสาธิตการทำให้นักท่องเที่ยวดูด้วยนะ
แต่เรื่องสูตรของความอร่อยก็ ร้านใครก็สุตรใครสิ จริงมะ
บางร้านก็ทำแปลกตาหน่อย ก็คือ ทำเป็นรูปหงส์ซะเลย
เพราะหงส์เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างของเมืองนี้อ่ะ....

เดินไปสุดถนนก็จะเป็น LAKE OF LOVE
จำได้ไหมเมื่อตอนที่มาที่นี่เป็นครั้งแรก
ฉันก็มาอธิฐานที่นี่แหละว่า ฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง
คนที่นี่เขาเชื่อกันว่า ถ้าอธิฐานเรื่องคู่ครองแล้วจะเป็นจริง



ที่นี่จะมีเรือนักท่องเที่ยวแล่นผ่าน
และจะมีหงส์มากมาย
ทั้งหงส์ดำ หงส์ขาว
เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชอบมาเที่ยวกัน
และจุดนี้ดิฉันไม่ชอบอย่างเดียวคือ
"เหม็นขี้ม้าอ่ะ" เพราะที่นี่นอกจากจะเป็นแหล่งที่คนมาแล้ว
ก็ยังเป็นที่พักผ่อนของม้าและรถม้าทั้งหลาย
กลิ่นขี้ม้าก็เลยกลายเป็นอีกกลิ่นหนึ่งที่เป็นสัญญลักษณ์ของที่นี่
บางคนเขาอยู่บริเวณนี้ก็อาจจะชินกับกลิ่นนี้แล้วก็ได้
นอกจากนี้ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกมากมาย
แต่บังเอิญฉันไม่ได้เจาะลึกเท่านั้นเองนะ
****
ตอนเย็นก็ไปงานเลี้ยงวันเกิดพี่เปี๊ยก
ซึ่งจัดที่ร้านอนุรักษ์ไทย
งานนี้พวกเรารวมเงินกันซื้อ โน๊ตบุ๊คให้พี่เปี๊ยก
เพราะเธออยากได้มากๆๆ
งานนี้มีคนมาร่วมงานราวๆ 45 คน (เห็นจะได้)
ก็มีคนไทยกรุ๊ปหนึ่งและเพื่อนๆ ของสามีเขาอีกกลุ่มหนึ่ง
ฉันกับน้าลีเดินลัดเลาะสวนหลังบ้านน้าลี
เดินไปร้านอนุรักษ์ไทย (ซึ่งไม่ไกลมากนัก)
ระหว่างทางก็ขอซักแชะ.....

น้าลีบอกว่าหันข้างสิ จะได้เห็นท้องอ่ะ....

น้าลีก็ดูดีนะ วิวก็สวยด้วย

ไปถึงร้านอาหารก็ขอซักแชะกับเจ้าภาพค่ะ
ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ เย้ๆๆ

นี่คือกลุ่มที่รวมกันซื้อคอมพิวเตอร์มา
ให้พี่เปี๊ยกเป็นของขวัญวันเกิดค่ะ
เริ่มจากพี่วรรณ-ฉัน-น้าลี-พี่เปี๊ยก-พี่เปิ้ล
(อ้อ...มีพี่รัตน์อีกคนจ้า ที่เป็นคนไปซื้อมาให้)

ก่อนเริ่มงานก็มีการโชว์รำอวยพรค่ะ
(รำเพลงเดียวก็ 50 ยูโรแล้วนะเนี่ย)

หลังจากชมการรำอวยพรเสร็จก็ไปรับประทานอาหารกัน
พวกเรากลุ่มคนไทย ต้องมานั่งรับประทานกันข้างนอกค่ะ
เพราะลมเย็นๆ สบายดีด้วย


ฉันกินไป 2 จานเต็มๆ เพราะหิวมากๆๆ ค่ะ
--
อาหารร้านนี้อร่อยค่ะ มีรายการอาหาร 4 อย่าง
คือ มัสมั่นไก่ ผัดผักรวมมิตรกุ้ง ผัดกระเพราทะเล และแพนงหมู
มีของกินเล่นอยู่ 3 อย่าง คือ สเต๊ะ เกี๊ยวกรอบ และปอเปี๊ยะทอด
เมนูนี้รวมเครื่องดื่ม (ทราบว่าคิดราคา 40 ยูโรต่อคนค่ะ)
****
พอทานข้าวได้สักพัก
เจ้าภาพก็มาถ่ายรูปหมู่......ด้วยค่ะ

ไม่มีอะไรมากมาย นอกจากคุยกันสัพเพเหระ.....
วันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปคุณชายทั้งหลายมาให้ดู
ก็บรรดาสามีทั้งหลายนะแหละ
รวมกลุ่มกันคุยแต่เรื่องเมียตัวเอง
(มีน้าลุ๊คเป็นหัวโจกค่ะ....เรื่องนี้คุยกันเฮฮาประสาหนุ่มๆ)
ส่วนพวกภรรยาก็คุยกันสัพเพเหระค่ะ
ที่สำคัญมีคนเหนือหลายคนค่ะ อิอิ

แชะ แชะ แชะ.....

นี่ก็เหนือล้วนๆ มีฉัน-พี่เปิ้ล
น้าลี-พี่เปี๊ยก-พี่รัตน์ค่ะ

หลังจากอิ่มหมีพีมันกันแล้ว ก็ไปชมการรำข้างในร้านอีก
เป็นการรำโชว์อีก 1 เพลง

เวลาถ่ายรูป......เห็นแต่ข้างหลังตลอด
ก็เลยขอถ่ายรูปกับนางรำด้วยบ้าง
จะได้ชมความงามชัดๆ ไงล่ะจ้ะ.........
*******
กลับบ้านประมาณเที่ยงคืน
เพราะง่วงมากๆ จ้า
----
จบข่าว......
Posted on Sun 17 Aug 2008 17:15 |
|