|
รวบยอดการบันทึกไดอารี่......
ภาพเก็บตกหลังงานบาบีคิว
21 กค.2551
แฟมิลี่ของเฟรดดี้-คาเร็น มาเยี่ยมกันพร้อมหน้า อันประกอบไปด้วย
1.บาร์ท-โยคะ -น้องมารีย์
2.สเตน-ลอร่า-น้องเอ็มม่า
3.ซาร์ (น้องสาวคนสุดท้อง ยังโสด)

นี่ก็น้องเอ็มม่า (7 เดือน) และ มารีย์ (2 เดือน) ( เอาของใช้ของน้องพูมาใช้ก่อนเด้.........)

อาหารที่ยังคงมีอยู่เต็มตู้เย็น เพราะงานบาบีคิวปีนี้ มีของกินเหลือเพียบ
เขามากัน 9 คน ยังทานไม่หมดเลย คิดดู............
วันนั้นเป็นวันหยุดของเบลเยี่ยมพอดี
บาร์ทกับโยคะก็เอารถยนต์มาให้ลองขับ
รู้สึกว่ามันไม่ชิน อีกอย่างไม่ชอบรถที่มี 3 ประตูด้วยแหละ
และที่สำคัญรถมันเก่ามากแล้ว เลยตัดสินใจไม่ซื้อ.....
****
วันต่อมาก็ไปทำงานปกติ
รายการอาหารก็เก็บตกจากบาบีคิวอีกนั่นแหละ
อาทิตย์นั้นทั้งอาทิตย์ หน้าจะเป็นบาบีคิวอยู่แล้ว
และน้าลีก็เอาผักมาให้อีก
เลยจัดการแกงแคใส่ไก่ซะ
แถมทำน้ำพริกอ่องอีกด้วยนะ
เพราะมีผักเหลือเพียบ

นี่เป็นรายการอาหารบางส่วนของแต่ละวันที่เล่ามานะ (แคบหมูก็ได้มาฟรี)

ส่วนของคุณหยันก็สเต๊กค่ะ......เขาชอบกินมาก
วันที่ 27 กค.51 ฝนตกฟ้าร้อง จนเป็นสาเหตุให้ ADSL ของดิฉันช๊อตค่ะ
ไม่สามารถใช้อินเตอร์เนตได้เลย
จำเป็นต้องเอาไปเช็คที่ร้านคอม
ร้านคอมก็เปิดช่วงบ่ายอีก (หมายถึงวันจันทร์นะ)
ก็เลยต้องไปหลายเที่ยว
กว่าจะรู้ว่าเสียก็นานเอาการอยู่
เลยต้องไปซื้ออันใหม่ 37 ยูโร
ระยะเวลาประกัน 2 ปี
อันเก่าพ้นระยะเวลาประกันมาแค่เดือนเดียวเอง แงๆๆ......
สรุปก็คือพอได้อันใหม่มาก็ต้องพยายามใช้
แบบทนุถนอมที่สุดเลยล่ะ ที่นี้....
28 กรกฎาคม 2551 (เขียนไว้ตอนที่ไม่สามารถเล่นเนตได้)
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีอะไรมาก ทุกอย่างก็เรื่อยๆ มาเรียงๆ
นอกเสียจากว่าท้องเริ่มโตขึ้นมานิดหน่อย
ก็แหม....ตอนนี้อายุของหนูน้อย ได้ 24 อาทิตย์กว่าๆ แล้วนี่ค่ะ
หนูเริ่มดิ้นบ้างแล้ว ยกเว้นตอนกินเผ็ดค่ะ
พยายามไม่กินเผ็ดมาก สงสารหนูนะแหละ เพราะเวลากินเผ็ดทีไร หนูไม่มีแรงดิ้นเลย
เวลากินไอศครีมนะ อืม....ดิ้นเก่งเชียว สงสัยมันจะเย็นล่ะสิ อิอิ
เมื่อวันก่อนก็ทำของชำร่วยให้หนูด้วย
งานนี้คุณพ่อพิถีพิถันน่าดูเลย
ก็นับตั้งแต่ป้ายชื่อที่ต้องเอามาติดกับสายของซองผ้าปัก (สำหรับใส่มือถือ)
แม่หนูก็ต้องพิมพ์ออกมา แล้วคุณพ่อหนูก็เอาไปเคลือบ
งานนี้ลงทุนไปซื้อเครื่องเคลือบ เครื่องตัดกระดาษเคลือบ และตัวเจาะรูป้ายเคลือบเองด้วย
ต้องขอบคุณ Aldi ที่มีโปรโมชั่นช่วงนี้พอดี
จริงๆ แล้วกะว่าจะใช้กระดาษแข็ง แล้วเจาะรูด้วยคัตเตอร์เอา
แต่คุณพ่อหนูไม่ยอมค่ะ บอกว่า ป้ายชื่อต้องทำให้ดีที่สุด
มิหนำซ้ำ ไปซื้อริบบิ้นสีฟ้าอ่อนมาให้แม่ผูกโบว์อีกแนะ
ตอนแรกกะว่าจะใช้เชือกเส้นเล็กๆ มาผูกโบว์
แต่คุณพ่อเห็นว่าสีฟ้าอ่อนมันสวยดี.....ลงทุนไปซื้อ 25 เมตรแนะ (แค่นี้ก็ 12.50 แล้วอ่ะ)
เท่านี้ยังไม่พอนะ คุณพ่อของหนูต้องทำที่แขวนของชำร่วยอีก เฮ้อ....อะไรจะขนาดนั้น

ของชำร่วยทั้งหมดจำนวน 80 ชิ้น
ต้องเอามาผูกโบว์สีฟ้า เป็นที่แขวนโทรศัพท์มือถือ
เป็นผ้าปักชาวเขา
สั่งตรงมาจากอำเภอแม่จัน เชียงรายเชียวนะ.....

ภาพถ่ายใกล้ๆ จะเป็นแบบนี้แหละ.........
ก็เหลือแต่ใส่ลูกอมชอคโกแลตเวลาลูกคลอดเท่านั้น

และนี่ก็เป็นที่แขวนค่ะ
คุณพ่อลงมือทำเองเชียวนะเนี่ย
แบบว่าได้ไม้อัดจากคนข้างบ้านมา
คุณพ่อก็เลยอยากทำเป็นที่แขวนของชำร่วยให้ลูกซะเลย
อันนี้ยังเหลือแต่ทาสีค่ะ.....
****
รายการอาหารช่วงนี้มีแต่เมนูเส้นๆ ค่ะ..........
อย่างเช่นจานนี้
ผัดไทยกุ้ง..........

และวันต่อมาก็เมนูเส้นๆ อีกเหมือนกัน
มันคือก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น
กว่าจะเคี่ยวให้หมูเปื่อย ใช้เวลานานมากๆ เลยนะเนี่ย

*****
เรื่องของชำร่วยและเรื่องกินผ่านไป
เพราะคุณพ่อหนูเขาอยู่ว่างๆ ไม่เป็นค่ะ
เลยต้องหาเรื่องทำงานจนได้ ตอนนี้เรามีจุดมุ่งหมายแล้วว่า
เรามีชีวิตอยู่เพื่อใคร..........
อย่างน้อยก็เพื่อตัวเราเอง
ตอนนี้เราก็อยู่เพื่อลูก เพื่อครอบครัว เพื่อพ่อ แม่ พี่น้อง
แบบว่า เรารู้ว่าเรามีจุดมุ่งหมายในชีวิต
หลายๆ คนก็มีจุดมุ่งหมายไม่เหมือนกัน
แต่บทสรุปของชีวิตก็คือ คนเราทุกคนมีจุดมุ่งหมายในชีวิต
บางคนท้อแท้ สิ้นหวัง มีจุดอิ่มตัวแล้ว
อย่างเช่นพี่คนหนึ่ง.....เขาบอกว่าเขาไม่มีจุดมุ่งหวังในชีวิต
แรกๆ เขาทำใจไม่ได้เลยที่เห็นฉันกำลังจะมีน้อง
เพราะนั่นคือจุดมุ่งหวังเดียวที่เขาอยากจะมี แต่เขาไม่สามารถมีได้
สาเหตุเพราะสามีเขาไม่อยากมีนั่นเอง
เขาพยายามทำงาน เก็บเงิน มีเงินมากมาย
จนตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนใจสามีเขาได้
นั่นเอง....ผลกระทบมันตกอยู่ที่ฉัน
แรกๆ ใครๆ เขาก็รู้ว่าพี่เขาต่อต้านมากมาย เพราะไม่สามารถทำใจได้
แต่ตอนนี้ได้เปิดใจคุยกันแล้ว
พี่แนนซี่ได้อธิบายให้เขาเข้าใจ คุยกันแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำไม่ให้ขุ่น
ตอนนี้พี่เขาดีขึ้นมากๆเลย.....ดีจนน่าใจหายเลยล่ะ
เฮ้อ...เขียนเรื่องอะไรของฉันเนี่ย....
เขียนเรื่องวันนี้ดีกว่า
วันนี้มีนัดกับคุณหมอค่ะ
ก็ไปเช็คครรภ์ตามปกตินั่นแหละ
ไปเดือนละครั้ง แล้วเราก็จะเห็นวิวัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละขั้นตอน
คุณพ่อไปทำงานตั้งแต่เช้า เลิกงานเร็วอีกต่างหาก
เพราะอยากจะไปเห็นลูก เห็นวิวัฒนาการของลูกค่ะ
ก็มันตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นนะแหละ....
วันนี้เอาซีดีไปให้หมอด้วย ไม่รู้ว่าหมอจะอัดซีดีให้หรือเปล่า.....ต้องลองถามดูค่ะ
วันนี้ตอนเช้า ต่ออินเตอร์เนตไม่ได้
ไม่รู้ว่าผิดพลาดทางเทคนิคประการได...

นี่เป็นภาพถ่ายอัลตราซาวน์ของวันจันทร์ที่ 28 กค.2551
ที่วงกลมสีน้ำเงินคือรูปส่วนหัว
ที่วงกลมสีแดงคือส่วนของลำตัวค่ะ
(กลัวว่าจะดูไม่ออกกัน.....)
และภาพบน แสดงอัตราการเต้นของหัวใจค่ะ
ปลายเดือนนี้งดช้อปปิ้งค่ะ เพราะช้อปไปหมดแล้ว
อีกอย่างเดือนนี้รายจ่ายมากกว่าเดิมเยอะ
เพราะเดือนนี้ไปเรียนวิชา การซ่อมแซมเสื้อผ้าด้วย
หมดค่าเรียนไป 65 ยูโร แล้ว ไม่รวมอุปกรณ์ที่ต้องซื้อ เช่น กรรไกรตัดผ้า อีก 50 ยูโร
แล้วก็จักรเย็บผ้าอีก 70 ยูโร...(จริงๆ แล้วต้องซื้อที่สามารถตัดยีนส์ได้ด้วย แต่ยังไม่ได้ซื้อ)
เดือนนี้มีเลี้ยงบาบีคิว ก็จ่ายไปเยอะเหมือนกัน (ปีละครั้ง ไม่เป็นไรหรอก)
และเดือนนี้ไปงานเลี้ยงบาบีคิวบ่อย ก็ต้องไปซื้อของขวัญติดไม้ติดมือไป
ก็จ่ายไม่น้อยเหมือนกันนะแหละ.....
เรื่องเล่าเมื่อวันเสาร์.........
วันเสาร์ไปเยี่ยมน้าลีที่โรงพยาบาล St.Jan
น้าลีไปผ่าตัดเอามดลุกออก และก็เอาก้อนเนื้อที่งอกออกมาทิ้งไป
เพราะหมอบอกว่า มันสามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้
เลยต้องป้องกันเอาไว้ดีกว่าแก้ (คือ ตัดทิ้งซะ.....)
วันนั้นไปเยี่ยมน้าลีพร้อมพี่เปิ้ล และน้องเมย์
ไปเยี่ยมน้าลีร่วมชั่วโมงแนะ
เพราะเขามีเวลาให้เยี่ยมไม่เกินสามทุ่ม
น้าลีบอกว่าพยาบาลที่นี่ดูแลดีมาก
มาทำความสะอาดแผลให้ทุกวันเลย
เจ็บปวดมากมายค่ะ.....ยิ่งตอนที่ผ่าตัดเสร็จแล้วเนี่ย ห้ามเยี่ยมเลย
น้าลุ๊คบอกว่า ทุกอย่างปกติดี (ก็โทรสอบถามเป็นระยะๆ)
น้าลีออกจากโรงพยาบาลวันอังคาร หรือไม่ก็วันศุกร์
เห็นน้าลีมีถุงน่องพิเศษด้วยนะ คู่ละ 75 ยูโรแนะ
เป็นถุงน่องที่ป้องกันการหดตัวของกล้ามเนื้อ
แบบว่าเป็นการป้องกันเวลาที่คนป่วยต้องนอนอยู่กับที่เป็นเวลานานนน....
อย่างเช่นหนู เวลาเป็นตะคริว หมอก็ให้ใช้ถุงน่องแบบนี้แหละ
แต่ยังไม่ได้ไปซื้อ (เพราะตัดใจไม่ลงค่ะ คู่ละ 75 ยูโร ก็เกือบ 4000 บาทแล้วนะเออ)
หมอให้ใบสั่งซื้อมาตั้งแต่คราวที่แล้ว
ก็ยังไม่ได้ไปซื้อซักที..............
น้าลีบอกว่าไม่ต้องไปซื้อหรอก
ใช้ของๆ น้าลีต่อเลยละกัน เพราะว่ามันแพงงงงงงงงงงงงงงงงงง.......มากๆๆๆๆๆๆๆๆ
เมื่อวานไม่ได้ไปเยี่ยมน้าลี
เพราะว่ามีเรียนตัดเย็บเสื้อผ้ากับพี่รัตน์
เมื่อวานเรียนการตัดแขนเสื้อสูท และแขนเสื้อเชิ้ตธรรมดา
ตอนนี้พอทำได้บ้างแล้ว
การเย็บก็เริ่มดีขึ้นมากแล้ว
ต่อไปถ้าหากมีใครมาจ้างตัดขากางเกง ตัดแขนเสื้อ ก็สามารถทำได้แล้ว
เวลาไปจ้างเขาทำก็เสียค่าจ้างเยอะเหมือนกัน
แค่ตัดแขนเสื้อก็ตัวละ 10 ยูโรแล้วค่ะ
ตัดขากางเกงยีนส์ก็ 20 ยูโร.....แต่ส่วนใหญ่เป็นการตัดทรงกางเกงมากกว่า
งานนี้ต้องหัดทำบ่อยๆ ค่ะ มันถึงจะมีฝีมือ
ไม่แน่นะ ในอนาคต หนูอาจจะผันตัวเองไปเป็นสาวโรงงานเย็บผ้าก็ได้ อิอิ.....
ใครจะรู้ล่ะ.....
ปล...ช่วงนี้อยู่บ้าน 2 อาทิตย์
หมอให้หยุดพักผ่อนค่ะ
กลับไปทำงานวันที่ 12 ส.ค.2551 นู่นแนะ.........
Posted on Thu 31 Jul 2008 17:41 |
|