บาบีคิวบ้านน้าลี
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีอะไรมาเขียนในไดอารี่
เพราะชีวิตประจำวันก็เหมือนเดิม
คือ ไปทำงานตอนเช้า ตอนเย็นก็กลับบ้านพักผ่อน
เมื่อวันพฤหัสบดี 10 ที่ผ่านมา เป็นวันเปียแชร์
จำได้ว่าวันนั้นฝนตกหนัก คุณหยันเลยไปส่งที่ทำงาน
ตอนเย็นฉันก็นั่งรถเมลล์กลับบ้าน
ก่อนกลับบ้านแวะไปเดินช้อปปิ้งซะหน่อย
วันนี้ได้ของติดไม้ติดมือมานิดหน่อย
แต่กางเกงที่อยากได้ ยังไม่มีแววว่าจะลดราคาซักที
เพราะตัวอื่นๆ ไม่ค่อยสวยเลย
เลือกดูหลายร้าน ก็ไม่ถูกใจ
ปรากฏว่าวันนั้นได้กลับมาแค่ของใช้ในครัว เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง
ตอนเย็นโทรฯ ถามพี่พร ว่าดอกแชร์ได้เท่าไหร่
พี่พรบอกว่า พูนได้แชร์ ใส่ดอก 107
คิดแล้วก็น่าใจหายแทนพูน เพราะพี่พรเขาก็คงอยากได้เงินคืน
พูนมันก็เลยตัดสินใจใส่ดอกไปตั้งมากมายแบบนั้น
จริงๆ แล้วฉันตั้งใจว่า ดอกที่ได้จะเอาไปทำบุญเสีย
เพราะเป็นเงินที่เขาหามาด้วยความยากลำบาก
แต่ก็ต้องจำใจจ่าย เพราะความจำยอม
ตอนนี้มีรายการทำบุญอยู่ในมือก็หลายรายการอยู่
ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญสร้างห้องน้ำ ที่วัดบ้านแม่กรณ์
ห้องน้ำ 1 ห้อง ค่าใช้จ่าย 10000 บาท
ก็คุยกับน้าลีแล้วว่าจะทำกันคนละครึ่ง
ซึ่งก็คือ คนละ 5000 บาท
แต่คิดว่าคงเป็นช่วงปีหน้านู่นแหละ ที่เขาจะสร้างกัน
เพราะช่วงนี้พ่อฉันสมัคร สมาชิก อบต.
กลัวคนอื่นมากลั่นแกล้ง
ทั้งๆ ที่ฉันกับน้าลีเป็นคนทำบุญแท้ๆ
แต่บังเอิญว่า พ่อเป็นคนนำเงินไปถวาย....
สรุปคือ ป้องกันเอาไว้ ดีกว่าแก้ (จริงมะ)
วันศุกร์ 11 ก.ค
วันนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับทุกวัน
คือทำงาน แล้วก็กลับบ้าน
แต่วันนี้ไปแวะช้อปปิ้งหลายที่เหมือนกัน
ได้ชุดให้เจ้าลูกชายมา 1 ชุด
จากร้าน Premama เชียวนะ
ร้านนี้เป็นร้านที่ขายของราคาไม่ค่อยถูกซักเท่าไหร่
แต่ว่าช่วงนี้มันลดราคา ก็อดใจไม่ไหวน่ะสิ
เลยได้มา 1 ชุด
ไปได้รองเท้าให้ตัวเองมา 2 คู่
คู่หนึ่งจากร้าน Shoes Discount
ส่วนอีกคู่ได้มาจากร้าน Zeeman
สองคู่ที่ว่านี้ ใส่เวลาอยู่บ้าน หรือใส่ออกนอกบ้านก็ได้
แต่ไม่หวือหวานะ เพราะว่าชอบอะไรที่เรียบง่ายอยู่แล้ว
เออ....ลืมบอกไปว่า
ไปร้าน Premama ได้กระดิ่งมาแขวนคออันหนึ่ง
ราคาก็ 14 ยูโร....
เขาบอกว่าเด็กจะได้ยินเสียงกระดิ่ง
เพราะตอนนี้ประสาทสัมผัสของหูได้รับรู้เรียบร้อยแล้ว
เวลาที่คลอด ก็เอากระดิ่งมาแขวนไว้
เวลาเด็กได้ยินจะได้ไม่งอแง....
เพราะฉันก็ฟังเพลงไปด้วย เอากระดิ่งแขวนไปด้วย
ลูกก็รับรู้ได้ถึงเสียงอันไพเราะกังวานตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก
อิอิ......ว่าไปนั่น

อันนี้เป็นเมนูเย็นวันศุกร์ มีต้มยำกะทิปลา
ปลาเล็กทอดกรอบ ไก่ฮ้อ และ ผัดผักกาดขาว
****
เอาล่ะ แล้วก็มาถึงวันเสาร์ซะที
วันเสาร์ 12 กค. เป็นวันที่ท้องฟ้าครึ้มๆ
วันนี้น้าลีชวนไปทานบาบีคิวค่ะ
ตอนเช้าหยันไปช่วยกางเต้นท์ เพราะกลัวว่าฝนจะตก
และหยันก็ช่วยน้าลีกับน้าลุ๊คหลายอย่าง
เป็นต้นว่า ช่วยจัดโต๊ะ ตั้งเต้นท์
ตอนเย็นเราก็ไปกินบาบีคิวกัน
ช่วงเช้าฉันทำงาน เลิกงานก็บ่ายสี่
ตอนเย็นมาแชทกับพ่อ แม่ และน้องสาวก่อนไปกินบาบีคิว
วันนั้นฉันซื้อกล้วยไม้ไปฝากน้าลีด้วย
ส่วนของฝากน้าลุ๊คเป็น เหล้า J & B
แฮปปี้กันถ้วนหน้าค่ะ.....
พอฉันไปถึงก็ไปช่วยน้าลี ปิ้งปีกไก่ ซี่โครงหมู
ปิ้งไปปิ้งมา เสื้อเปื้อนเลย (ซุ่มซ่ามชะมัด)

วันนั้นน้าลีเตรียมของกินไว้หลายอย่าง
สำหรับคนไทยเราก็ข้าวเหนียว น้ำพริก
(ไม่รู้เรียกน้ำพริกอะไร คล้ายน้ำพริกหนุ่ม แต่ใส่มะเขือเทศด้วย
อย่างนี้ต้องบอกว่า เป็น "น้ำพริกหนุ่มกลายพันธุ์" ใช่ไหมเอ่ย)

"น้ำพริกหนุ่มกลายพันธุ์" อร่อยมากๆๆ
ไม่ค่อยเผ็ดด้วย เลยกินไปได้เยอะ.....
พอสักพัก คนก็มาร่วมงานกัน
พี่วรรณเอาผักโขมมาด้วย ก็เลยจัดการลวกผักโขมจิ้มน้ำพริกซะเลย
งานนี้คนไทยก็กินกันซะพุงปลิ้น
ส่วนคุณสามีก็อยู่กันอีกวงหนึ่ง
คุยกันประสาคนเบลเยี่ยม
ส่วนคนไทยก็อยู่กันคนละโต๊ะ
พวกเราคนไทยก็กินข้าวเหนียว
น้ำพริก ซี่โครงหมูปิ้ง กับผักโขมลวก
(คิดดูละกันนะ ว่าสรรหาการกินมากกกกกก)

จานนี้ของฉันเอง
เติมหลายรอบด้วย พอตกกลางคืนว่า
จุกเสียดแน่นท้องไปหมด....
****
ส่วนคุณสามีทั้งหลาย
ก็ไปรวมกลุ่มกันที่โต๊ะหินอ่อน

นี่ยังมากันไม่ครบนะเนี่ย
ดูคุณหยันสิ ยิ้มหน้าบานเชียว

ส่วนคนนี้ คุณน้าเขย ก็ไม่น้อยหน้า
ไม่ปิ้งบาบีคิวเอง
แต่ขอถ่ายรูปไว้หน่อยนะ
แบบว่า เพื่อความสวยงามอ่ะ
****
และนี่ก็เป็นรายการเครื่องเคียงต่างๆ
อาทิเช่น สลัด ขนมปัง ข้าวเหนียว

มีมันฝรั่งต้มด้วย สำหรับฝรั่งค่ะ
เวลาฉันกินทีไร เลือดลมดีทุกทีเลย
มักจะปู๊ด ป๊าด จนได้เรื่องเลยสิ
วันนั้นเลยไม่กิน เพราะแค่ข้าวเหนียวก็อืดจะแย่แล้วว.....

ใครไม่กินมันต้มก็กินข้าวผัดก็แล้วกันนะ....
แต่ปรากฏว่า ข้าวผัดเหลือค่ะ....
ผลก็คือ หนูห่อกลับบ้าน เอามาให้น้องไก่ที่อยู่ในเล้าค่ะ

เมื่อมีของคาว ก็ต้องตามด้วยของหวานสิคะ
งานนี้เป็นผลไม้ถาดนี้ค่ะ........
และแล้ว ไม่มีงานเลี้ยงได ไม่มีวันเลิกรา
ก็กลับบ้านตีหนึ่งค่ะ
เพราะช่วยน้าลีเก็บข้าวของสักพัก
พอดีว่าวันอาทิตย์ตื่นสายได้ ก็เลยอยู่ดึกได้ค่ะ
*******
วันอาทิตย์ไปทำงานตามปกติ
วันนั้นทำงานถึงเที่ยง
เพราะลาพักร้อนครึ่งวันค่ะ
เพราะมีนัดเรียนเย็บผ้ากัน ที่บ้านพี่รัตน์
วันนั้นฉันแกงแคไก่ใส่ยอดฟักทองไปร่วมด้วย
ก็เลยกินกันซะอิ่มแปร้เลย
(ข้าวเหนียวอีกละ)
ตบท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วงของพี่อ้อย
(หลายคนคงจำพี่อ้อยได้นะ ก็คนที่เคยมีเรื่องกันไงล่ะ
ตอนนี้พี่แกก็เริ่มคุยด้วยแล้ว เหมือนเป็นปกติทุกอย่าง
แต่ฉันก็ไม่ค่อยคุยด้วยแบบเป็นการส่วนตัวหรอก
เพราะว่าคุยกันตามมารยาทมากกว่า
พี่อ้อยหยุดพักร้อน เลยได้พาสิริ (ลูกสาว) มาเล่นกับน้องนิโคลัส
ลูกชายพี่รัตน์น่ะ ก็คุยกันสนุกสนานเฮฮา....
คุยกันบ้างตามสมควร ขณะที่เรียนเย็บผ้า
พี่อ้อยเขาก็มาช่วยเลาะกางเกงให้พี่รัตน์ด้วย
...........
พอเรียนเย็บผ้าเสร็จก็กลับบ้าน
วันนี้สามีขออนุญาติไป Koekelare กับน้าลุ๊ค
เราก็บอกว่าไปเถอะ เพราะเขาอยู่บ้านช่วงบ่ายอยู่แล้ว
เขากลับบ้านราวๆ 3 ทุ่ม
ช่วงเวลาเย็น ฉันก็เลยทำความสะอาดบ้านอีกนิดหน่อย
เพราะวันอาทิตย์ คุณสามีแค่ดูดฝุ่นกับถูบ้านให้เท่านั้นเอง
ฉันก็เลยจัดบ้านใหม่
วันนั้นบ้านเลยสะอาดเอี่ยมอ่องอรทัยไปเลย
(ปกติมันก็สะอาดอยู่แล้ว แต่ว่าแค่ปัดฝุ่นนิดหน่อยเท่านั้นแหละ)
****
วันจันทร์ เป็นวันที่ตื่นสายที่สุด
เพราะเป็นวันหยุดของฉัน
วันที่ไม่ต้องไปทำงานบ้านลุงแวร์อีกแล้ว
แม้ว่าจะขาดรายได้ นิดหน่อย แต่ได้พักผ่อนเยอะก็ถือว่าคุ้ม
เพราะตอนนี้เราต้องรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
เพื่อตัวเอง และอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆ นี่ไง
ตอนนี้เขาดิ้นแล้วนะ....มีความรู้สึกตื่นเต้นนะ เวลาที่เขาดิ้น
ก็พยายามพูดคุยกับเขาบ้าง
วันนี้ไม่กินมาก เพราะว่าเมื่อวานท้องยังอืดอยู่เลย
ก็เลยกินของกินที่เบาๆ ไม่หนักท้องมาก
ตอนเย็นทำกับข้าวง่ายๆ ทานกับคุณสามี
มีผัดพริกใส่เนื้อ (พิเศษให้คุณหยัน)
ไข่เจียว และห่อหมกปลา (อันนี้น้าลีให้มา 3 กระทง)
แล้วก็พักผ่อน............
****
วันนี้ วันอังคาร 15 กค.
วันนี้ไปทำงานด้วยความกระชุ่มกระชวย
เพราะเมื่อวานได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
วันนี้งานไม่เยอะด้วย มีห้องเช็คเอาท์แค่ห้องเดียวเอง
นอกนั้นเป็นห้องที่แขกอยู่ทั้งหมด
หลังเลิกงาน ไปอำเภอ
ไปเอาบัตรประชาชนเบลเยี่ยมค่ะ
วันนี้ได้บัตรแล้ว และก็เอาเอกสารเกี่ยวกับการเรียนขับรถ
ไปยื่นด้วย อีก 14 วันให้ไปรับบัตรค่ะ
ที่นี่ทุกอย่างเป็นระบบ ระเบียบจังเลย
เมืองไทยน่าจะเป็นแบบนี้บ้างนะ....
ตอนเย็นหยันกินกับข้าวที่เหลือจากเมื่อวาน
ส่วนฉันอยากกินกระเพาะปลา
ก็เลยทำกินเอง
ที่เหลือก็เอาไว้กินต่อวันพรุ่งนี้

กระเพาะปลาที่นี่ก็โอเคนะ
มีทุกอย่างที่หาซื้อมาได้ หลักๆ คือ เห็ดหอม กระเพาะปลาสำเร็จรูป
ไก่ และหน่อไม้หั่นฝอย ซื้อมาจากร้าน "ส้มตำ" ค่ะ
จบไดอารี่หน้านี้แล้วจ้ะ..........
Posted on Wed 16 Jul 2008 0:01 |
|